เหตุเพราะปฏิเสธชนแก้ว รวบมือปืน วิ่งไล่ยิงโจ๋ฝั่งธน กระสุนหมดแม็ก ดับ 1 เจ็บเพียบ

เหตุเพราะปฏิเสธชนแก้ว รวบมือปืน วิ่งไล่ยิงโจ๋ฝั่งธน กระสุนหมดแม็ก ดับ 1 เจ็บเพียบ

ตำรวจกองปราบปราม ตามรวบมือปืนลำดับที่ 15 ยิงโจ๋ฝั่งธนฯ ดับ 1 เจ็บอื้อ ปมปฏิเสธชนแก้วเพราะมากับครอบครัว กลุ่มผู้ตายไม่พอใจยกพวกหาเรื่องรุมยำ ผู้ต้องหาสู้ไม่ไหวจึงชักปืนรัวยิงจนกระสุนหมดแม็กกาซีน

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2564 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.สุรศักดิ์ หญีตบึ้ง สว.กก.2 บก.ป. ปฏิบัติราชการ สว. กก.1 บก.ป. จับกุม นายคชสาร หรือช้าง แซ่ลิ้ม อายุ 56 ปี ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 553/2552 ลงวันที่ 9 มิ.ย. 2552 ข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” ได้ภายในซอยเทอดไท 86 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม.

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 7 มิ.ย.2552 ขณะที่ นายคชสาร แซ่ลิ้ม กำลังนั่งดื่มกินกับครอบครัวและเพื่อนร่วมงานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง บริเวณปากซอยพระราม 2 ซอย 10 แขวงบางมด เขตจอมทอง ได้มีกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่นที่รู้จักมาขอชนแก้วดื่มสุราร่วมด้วย แต่นายคชสาร แซ่ลิ้ม ได้ตอบปฏิเสธ จึงทำให้กลุ่มวัยรุ่นไม่พอใจพยายามเข้ามาหาเรื่องจนเกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้น แต่ระหว่างนั้นนายคชสาร แซ่ลิ้ม เห็นว่าฝั่งกลุ่มวัยรุ่นมีจำนวนเยอะกว่า เกรงว่าจะสู้ไม่ไหว จึงชักอาวุธปืนออกมาวิ่งไล่ยิงใส่กลุ่มคู่กรณีจนกระสุนหมดแม็กกาซีน จนเป็นเหตุมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีกหลายราย ก่อนจะรีบหลบหนีไป ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางมด จึงรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคดีดังกล่าวถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ จนมีการจัดอันดับให้เป็นผู้ต้องหาที่ทางการต้องการตัวในลำดับที่ 15

ของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าปัจจุบันนายคชสาร แซ่ลิ้ม ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ กทม. จึงนำกำลังติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว

จากการสอบสวน นายคชสาร แซ่ลิ้ม ให้การรับสารภาพ เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่ง สน.บางมด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐออนไลน์