ห่วงอำนาจจน “ไม่แข็ง”

ห่วงอำนาจจน “ไม่แข็ง”

สังคมโจษขาน วิจารณ์กันแหลกปฏิบัติการสุดโหด “โจ้ เฟอร์รารี่” พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ คลุมหัวรัดคอผู้ต้องหาค้ายาจนตายคามือ

ทั้งยังมีหนังสือรับรองการตายของผู้ต้องหา ออกโดยแพทย์โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ สันนิษฐานสาเหตุการตาย เกิดจากสารพิษแอมเฟตามีน

ล่าสุดโรงพยาบาลต้องออกมาชี้แจงแถลงการณ์ด่วน เป็นเพียงการสันนิษฐานเบื้องต้น อาจเปลี่ยนแปลงได้ภายหลังตรวจสอบโดยละเอียด

ความจริงผู้ต้องหากระทำผิดก็ต้องว่ากันไปตามวิธีการ กระบวนการกฎหมาย แต่การใช้วิธีโหดร้ายทารุณ ซ้ำยังมีพฤติกรรม “ปล้นโจร” เช่นนี้ สังคมรับไม่ได้ เสื่อมเสียไปทั้งวงการสีกากี

หลายฝ่ายที่ออกมาเปิดเผยข้อมูล จี้ให้เร่งจัดการขั้นเด็ดขาดหวั่นภัยมาถึงตัว หลังสืบค้นประวัติความเป็นมา ผู้กำกับรายนี้ไม่ธรรมดา อยู่ในระดับน่ากลัวจนขนหัวลุก

เรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่สะท้านวงการตำรวจ สะเทือนใจผู้พบเห็น แย่งซีนมหันตภัยโควิด ที่รัฐบาลยังมึนงงในดงเชื้อโรค ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันทรงอยู่ที่ระดับ 2 หมื่นบวกลบ ส่วนยอดคนตายประมาณวันละ 300

ต่อเนื่องเรื่อยมาหลายวัน หลายสัปดาห์ จนคนนินทามาตรการล็อกดาวน์ “เปล่าดาย” ล็อกไว้ไม่ไล่ตรวจ คัดแยก รักษา ป้องกัน เชื้อมันก็วนเวียนอยู่อย่างนั้น แถมยังเล็ดลอดกระจายลามออกไป ในที่สุดก็ต้องล็อกดาวน์เพิ่มเติมไปเรื่อยๆ จังหวัดแล้วจังหวัดเล่า

และยังไม่รู้จะล็อกดาวน์กันไปอีกนานแค่ไหน เหมือนคิดอะไรไม่ออกนั่งรอวัคซีนอย่างเดียว เอาแต่ออกมาตรการเยียวยาจิ๊บจ๊อย ยืดเวลา-ลดปรับเบี้ยภาษี ทำให้เห็นเป็นความเคลื่อนไหว ไม่นิ่งเฉย

แต่ประทานโทษชั่วโมงนี้ทำมาหารับประทานกันไม่ได้จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายภาษี แล้วรัฐบาลจะเก็บภาษีจากไหน เพราะไม่มีใครออกไปจับจ่ายใช้สอย ประเทศโควิดเศรษฐกิจโคม่า ต้องใช้เบี้ยต่อไส้ ไม่มีเงินไปต่อเงิน
ล่าสุดทนไม่ไหวกับมาตรการล็อกดาวน์เปล่าดาย คนทำมาค้าขายวอดวาย ใกล้อดตายเข้าไปทุกที 9 สมาคมธุรกิจ กลุ่มประกอบการร้านค้า เข้าหารือกับ “หมอหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข เสนอให้ “เปิดห้าง-นั่งกินร้าน” แบบค่อยเป็นค่อยไป 3 ระยะ ภายใต้เงื่อนไขการควบคุม คัดกรองเข้มข้น ลูกค้า-พนักงาน ต้องฉีดวัคซีนแล้ว 2 เข็ม หรือมีผลตรวจยืนยันปลอดโควิด

ก่อนที่ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข จะออกมาเผยแนวโน้มความเป็นไปได้ เพราะสถานการณ์ดูผ่อนคลายลง พร้อมจะชงเรื่องให้ ศบค. วันที่ 27 ส.ค.

รอลุ้นคำตอบสุดท้าย จะมีรายการหักเหลี่ยมเฉือนคม ผสมปมการเมืองหรือเปล่า เดาจังหวะอารมณ์ไม่ออก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. กับ “เสี่ยหนู” เจ้ากระทรวงคุณหมอ มักมีรายการ “ตบ-จูบ” กันเป็นประจำ

แต่บอกได้ตอนนี้ดูเหมือนจะหงอทีม “เซราะกราว” หลังออกอาการเป็น “ไม้หลักปักขี้เลน” แก้ไขข้อสั่งการกระทรวงสาธารณสุข ปล่อยผ่าน ATK ไม่ต้องรับรองโดย WHO จนชมรมแพทย์ชนบทออกมาจวกเละเทะ “ตู่ไม่แข็ง”
ยืนยันไม่ว่าซื้ออะไรมาจะเดินหน้าตรวจสอบคุณภาพต่อไปไม่หยุดยั้ง ถ้าคุณภาพต่ำน่าเกลียด ต้องมีคนรับผิดชอบ

ท่าที “บิ๊กตู่” ตอนนี้สะท้อนในใจลึกๆ คิดแต่รักษาอำนาจ ห่วงเกมสภา จำนวนมือ ส.ส. ที่กำลังจะเปิดฉากซักฟอก อภิปรายไม่ไว้วางใจกันเร็วๆนี้

ไม่สนคุณค่าชีวิตประชาชน เอาของ “ตกเกรด” จากอเมริกา เยอรมนี ที่ตีตกไม่ให้ใช้ มาขายในเมืองไทย

ไม่ต่างจากวัคซีนที่ดันทุรังอัดงบประมาณนับพันล้านซื้อ “ซิโนแวค” จากจีน ทั้งๆที่ประชาชนคนไทยไม่ค่อยกล้าฉีด

หมอใหญ่บางคนยืนยัน 2 เข็ม ภูมิคุ้มกันยังตกเท่าคนไม่ได้ฉีด ด้อยค่า “วัคซีน-ATK” แต่สุดท้ายอาจเป็น “บิ๊กตู่” ที่ด้อยค่าตัวเอง

ณ โมงยาม ที่กระแสผู้นำตกต่ำ จนแต้มวิกฤติโควิดล้อมเมือง สวนทางกับกระแสสลับไพ่ผู้นำ เขย่าขั้วพรรคร่วมรัฐบาล กำลังมาแรง.

ทีมข่าวการเมือง

ขอบคุณแหล่งที่มาจาก….https://www.thairath.co.th/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *