แจ้งข้อหาลุงพล ฆ่าโดยเจตนา ทำ “น้องชมพู่” ดับ เจ้าตัวถึงเครียด แต่ได้ประกันตัว

แจ้งข้อหาลุงพล ฆ่าโดยเจตนา ทำ “น้องชมพู่” ดับ เจ้าตัวถึงเครียด แต่ได้ประกันตัว

“ลุงพล” ควง “ป้าแต๋น” ขับรถตู้ป้ายแดงใหม่เอี่ยมมาพร้อม “ทนายษิทรา” เข้าพบพนักงานสอบสวนคดีน้องชมพู่รับทราบข้อกล่าวหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” ก่อนใช้หลักทรัพย์เดิมประกันตัวไป ด้าน “รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด” ชี้แจงแม้สั่งคดีไม่ทันกำหนดฝากขัง 84 วัน แต่คดีไม่มีความเสียหาย เพราะก่อนหน้าได้ส่งตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องศาลมุกดาหารไปแล้วถึง 3 คดี

สังคมยังเฝ้าจับตาคดีดังจะจบลงอย่างไร หลังใช้เวลา 1 ปี ในการสืบสวนสอบสวนการเสียชีวิตของ ด.ญ.อรวรรณ วงศ์ศรีชา หรือน้องชมพู่ อายุ 3 ขวบ ก่อนแจ้งข้อกล่าวหานายไชย์พล หรือพล วิภา ลุงของน้องชมพู่ ตกเป็นจำเลย 3 ข้อหา 1.พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาฯ 2.ทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกินเก้าปีเพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตนฯเป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตาย 3.กระทำการใดๆแก่ศพฯก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป คดีอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน

ความคืบหน้า ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 26 ส.ค. นายไชย์พล วิภา หรือลุงพล ผู้ต้องหาคดีน้องชมพู่ พร้อมนางสมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น ภรรยา และนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีน้องชมพู่ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 15 ปีถึง 20 ปี ตามที่พนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร พิจารณาให้แจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวเพิ่มจาก 3 ข้อหาเดิมที่เคยแจ้งไปก่อนหน้านี้แล้ว และให้สอบคำให้การของผู้ต้องหาไว้เป็นพยานหลักฐาน เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวนต่อไป

ในวันนี้ลุงพลกับป้าแต๋นได้ขับรถตู้โตโยต้า คอมมิวเตอร์ สีขาว ทะเบียนป้ายแดง 0882 สกลนคร มาพร้อมกับทีมงานยูทูบเบอร์ 6-7 คน เพื่อติดตามถ่ายทอดสดให้บรรดาแฟนคลับได้ชมทางยูทูบ ทันทีที่ลุงพลและคณะเดินทางมาถึงได้รีบสาวเท้าขึ้นไปยังชั้น 2 บก.ภ.จ.มุกดาหาร เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีตามนัดหมาย ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนกลับลงมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จากนั้นลุงพลกับป้าแต๋นและทีมงานยูทูบเบอร์ รีบขึ้นรถตู้ขับออกไปโดยไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่มารอรายงานข่าว ขณะที่ทนายษิทราแยกไปขึ้นรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน ภร 6500 กรุงเทพมหานคร และปฏิเสธให้สัมภาษณ์เช่นกัน อ้างเพิ่งโกนหัวบวชพระมาเดี๋ยวจะไม่หล่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา นายไชย์พลได้ถูกพนักงานสอบสวนคดีน้องชมพู่ แจ้งดำเนินคดี 3 ข้อหาข้างต้นไปแล้ว และได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวไว้ใน 3 ข้อหาแรก จำนวนเงิน 2 แสนบาท ส่วนข้อหาที่ 4 ล่าสุดในวันนี้คือความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา” หลักทรัพย์ที่ยื่นไว้ครั้งก่อนยังไม่เกินวงเงินประกันตัว หลังสอบปากคำผู้ต้องหาเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนพิจารณาปล่อยตัวโดยไม่ต้องยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวเพิ่มเติม

ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงคดีน้องชมพู่ว่า คดีนี้เป็นคดีสำคัญ สภาพคดีมีความยุ่งยากซับซ้อน สื่อมวลชนนำเสนอข่าวต่อเนื่องและประชาชนทั่วประเทศให้ความสนใจ และวันนี้เป็นวันครบขังที่ 7 หรือ 84 วัน ซึ่งเป็นวันครบขังครั้งสุดท้ายที่นายไชย์พล วิภา ตกเป็นจำเลย พนักงานอัยการผู้รับผิดชอบยังมีคำสั่งทางคดีไม่ได้ เพราะต้องรอผลการสอบสวนจากพนักงานสอบสวนในข้อหาล่าสุดที่ผู้ต้องหาเพิ่งเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม แม้จะยังสั่งฟ้องไม่ได้ แต่คดีไม่มีความเสียหายใดๆ เพราะผู้ต้องหาอยู่ในความควบคุมของศาลจังหวัดมุกดาหารแล้ว เนื่องจากอัยการสั่งฟ้องไปแล้ว 3 คดี หากอัยการสั่งฟ้องคดีอื่นๆที่เหลือ สามารถยื่นฟ้องต่อศาลได้เลย ไม่ต้องส่งตัวไปพร้อมคำฟ้อง เพราะศาลสั่งเบิกตัวมาจาก 3 คดีที่ฟ้องไปแล้วได้ทันที

สำหรับคดีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง และยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดมุกดาหารไปแล้ว 3 คดี ประกอบด้วย คดีที่ 1 ข้อหาทำไม้หวงห้ามในเขตป่าสงวนแห่งชาติฯ (ตัดต้นไม้เพื่อสร้างพญานาค) ยื่นฟ้องผู้ต้องหาไปเมื่อวันที่ 21 พ.ค.64 ในชั้นศาลจำเลยให้การปฏิเสธ ศาลจังหวัดมุกดาหารนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 19 ต.ค.64 เวลา 09.00 น. คดีที่ 2 ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายฯ (แย่งไมค์และผลักผู้สื่อข่าว) ยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ 23 ส.ค.64 ในชั้นศาลจำเลยให้การปฏิเสธ ศาลนัดพร้อมวันที่ 17 ก.ย.64 เวลา 09.00 น. คดีที่ 3 ข้อหาก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า อันเป็นการทำลายป่าฯ และร่วมกันทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติฯ ยื่นฟ้องไปเมื่อวันที่ 23 ส.ค.64 ในชั้นศาลจำเลยให้การปฏิเสธ ศาลนัดพร้อมในวันที่ 17 ก.ย.64 เวลา 09.00 น.

ขอบคุณแหล่งที่มาจาก…https://www.thairath.co.th/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *