6 อาหารที่ไม่ควรกิน (มากเกินไป) ในมื้อเย็น-ก่อนนอน เสี่ยงนอนไม่หลับ

6 อาหารที่ไม่ควรกิน (มากเกินไป) ในมื้อเย็น-ก่อนนอน เสี่ยงนอนไม่หลับ

“อาหาร” สามารถส่งผลต่อคุณภาพในการนอนหลับพักผ่อนของเราได้อย่างที่เราอาจคาดไม่ถึง และไม่ใช่กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเท่านั้นที่อาจรบกวนการนอนของเราได้ ยังมีอาหารบางชนิดที่ส่งผลต่อการนอนของเราด้วยเช่นกัน Sanook Health มีข้อมูลจาก พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล หรือ หมอผิง ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ในเฟซบุ๊ก Pleasehealth Books มาฝากกัน

6 อาหารที่ไม่ควรกินมากเกินไปในมื้อเย็น-ก่อนนอน เสี่ยงนอนไม่หลับ

1.ช็อคโกแลต
หลายคนลืมไปว่าช็อคโกแลตก็มีคาเฟอีน เหมือนที่อยู่ในกาแฟ และชา ถ้ากินมากเกินไป ก็อาจส่งผลให้นอนไม่หลับได้เหมือนกัน

2.พริก
เชื่อหรือไม่ว่า สารแคปเซซินในพริก ส่งผลให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น อาจทำให้รู้สึกกระสับกระส่าย และหลับไม่สบายได้

3.น้ำผลไม้
อาจจะแปลกใจอยู่สักหน่อยว่าทำไมถึงห้ามดื่มน้ำผลไม้ในมื้อเย็น หรือก่อนนอน เป็นเพราะน้ำผลไม้ โดยเฉพาะน้ำผลไม้ที่มีรสชาติเปรี้ยว อาจส่งผลให้คนที่มีความเสี่ยงโรคกรดไหลย้อนมีอาการกำเริบขึ้นมาในตอนกลางคืนได้นั่นเอง

4.ชีส
เหตุผลที่ชีสอาจทำให้คุณนอนไม่หลับได้ เพราะชีสบางประเภทมีกรดอะมิโนไทรามีนสูง ส่งผลให้สมองตื่นตัวนั่นเอง ถ้าอยากนอนหลับให้สบาย ควรปล่อยให้สมองได้ผ่อนคลายจะดีกว่า

5.กระเทียม หอมใหญ่
กระเทียม และหอมใหญ่ เป็นผักที่เพิ่มลมในท้อง อาจส่งผลให้ท้องอืดจนนอนไม่หลับได้

6.สุรา
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ดื่มแล้วทำให้หลับสบายอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจกัน ส่วนใหญ่แล้วฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะทำให้คุณหลับอย่างไม่มีประสิทธิภาพ นอนหลับไม่สนิท นอนหลับแต่ไม่รู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างเต็มที่ เพราะจริงๆ แล้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะเข้าไปรบกวนระบบวงจรการนอนหลับตามธรรมชาติ ซึ่งส่งผลให้นอนหลับได้ไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็นนั่นเอง

ทำอย่างไรถึงจะนอนหลับได้ง่ายๆ ในวันที่นอนไม่ค่อยหลับ
หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้นอนไม่หลับ เช่น หลีกเลี่ยงอาหารที่มีคาเฟอีน และอาหารที่กล่าวถึงตามบทความข้างต้น
หยุดทุกกิจกรรมก่อนนอนราว 1-2 ชั่วโมง เช่น หยุดทำงาน หยุดกิน (4-6 ชั่วโมงก่อนนอน) หยุดออกกำลังกาย ฯลฯ
หากมีปัญหานอนไม่หลับหลายคืน ลองดื่มนมอุ่นๆ สักแก้วเล็กๆ ก่อนนอน หรืออาบน้ำแช่น้ำอุ่นสัก 10-15 นาที เพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย
ผ่อนคลายความเครียดที่เกิดจากการทำงาน และเรื่องส่วนตัวต่างๆ ด้วยการฟังเพลงสบายๆ คลอเบาๆ ก่อนนอน หรือนั่งสมาธิ
ถ้าล้มตัวลงนอน หัวถึงหมอน พยายามข่มตาให้หลับไปแล้วกว่า 20-30 นาที แต่ยังไม่มีท่าทีว่าจะง่วงนอน ไม่ต้องฝืน ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมเบาๆ ก่อน เช่น อ่านหนังสือ ดื่มน้ำ ฟังเพลง แต่งดการเล่นมือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เพราะแสงสีฟ้าจากหน้าจอ ทำให้สมองตื่นตัวได้ ลองทำกิจกรรมเหล่านั้นสักพักแล้วค่อนล้มตัวลงนอนใหม่
หากมีปัญหานอนไม่หลับเรื้อรังจนกระทบกับสุขภาพร่างกายโดยรวม และสุขภาพจิตอย่างเห็นได้ชัด ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อพิจารณาการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป ไม่ควรซื้อยานอนหลับรับประทานเองโดยเด็ดขาด

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล หรือ หมอผิง ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ในเฟซบุ๊ก Pleasehealth Books

ภาพ :iStock

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *