สามีภรรยาพิการ ถูกโจรสวมรอยเป็นไปรษณีย์ หลอกโอนเงิน อ้างรู้จักทนายดัง-ผกก.โจ้

สามีภรรยาพิการ ถูกโจรสวมรอยเป็นไปรษณีย์ หลอกโอนเงิน อ้างรู้จักทนายดัง-ผกก.โจ้

วันที่ 2 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ได้มีสองสามีภรรยาพิการ ชาวบ้าน ต.ป่าเลา อ.เมืองเพชรบูรณ์ ถูกมิจฉาชีพอ้างเป็นพนักงานไปรษณีย์ไทย หลอกให้โอนเงินเพื่อซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาถูก สูญเงินไปกว่า 30,000 บาท หลังจากได้รับเงินยอมรับตรงๆ ว่า เป็นมิจฉาชีพ พร้อมอ้างมีแบ็คดี รู้จักกับทนายตั้ม น้องสาวเป็นเพื่อนกับ ผกก.โจ้ จึงเดินทางไปตรวจสอบ

พบนางจันที สีทองคำ อายุ 53 ปี เป็นชาวบ้าน ต.ป่าเลา อ.เมืองเพชรบูรณ์ ผู้เสียหายได้เปิดเผยว่า ตนมีความพิการทางขา เดินไม่ได้ ส่วนสามีชื่อ นายสมควร สีทองคำ อายุ 53 ปี พิการแขนแต่ก็ยังสามารถทำงานได้ โดยไปเป็นลูกจ้างรับส่งเอกสารของหน่วยงานแห่งหนึ่ง ในตัวเมืองเพชรบูรณ์ ส่วนตนเองทำงานรับจ้างเย็บเสื้อผ้า สานตะกร้าขาย ใช้จ่ายกันอย่างประหยัด

ต่อมาเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2564 ได้มีผู้อ้างตัวว่า เป็นพนักงานไปรษณีย์แห่งหนึ่ง ได้ทักเฟซบุ๊ก พร้อมทั้งแอดไลน์เป็นเพื่อน จากนั้นเสนอขายเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาที่ถูก โดยอ้างว่าเป็นธุรกิจอีกอย่างหนึ่งของไปรษณีย์ และจะมีการสะสมแต้ม เพื่อแลกซื้อสินค้าที่ร่วมรายการด้วย พร้อมทั้งส่งแค็ตตาล็อกสินค้า เครื่องใช้ไฟฟ้ามาให้เลือก

ตนจึงเลือกซื้อตู้เย็น กับโน้ตบุ๊ก เนื่องจากตู้เย็นที่บ้านเสียมาหลายวันแล้ว รวมทั้งต้องการที่จะซื้อโน้ตบุ๊กให้หลานไว้เรียนออนไลน์ เพราะเห็นว่าราคาถูก โดยที่ตู้เย็นมีโปรโมชั่นคือ ซื้อ 2 แถม 1 ในราคา 14,194 บาท ส่วนโน้ตบุ๊กก็มีโปรโมชั่น คือซื้อ 2 แถม 1 ในราคา 11,994 บาท รวมเป็นเงิน 27,202 บาท

ตนจึงได้โอนเงินไปให้ทั้งหมด โดยได้โอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงศรีฯ ชื่อบัญชี น.ส.สุภาพ ด้านมิจฉาชีพก็ยังมีข้อเสนอเพิ่มเติมอีกว่า หากซื้อสินค้าครบ 30,000 บาท ก็จะแถมแอร์ให้อีก 1 เครื่อง พร้อมติดตั้งให้ด้วย ตนจึงไปถามญาติๆว่า มีใครต้องการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องใช้อื่นๆ หรือไม่ ปรากฏว่ามีเพื่อนบ้านต้องการซื้อโทรศัพท์มือถือซัมซุง ราคาเครื่องละ 1,014 บาท ตนจึงสั่งซื้อ 3 เครื่องในราคา 3,042 บาท จึงได้โอนเงินไปให้อีก 3,042 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 30,244 บาท

หลังจากโอนเงินไปให้แล้ว ก็ได้นัดหมายส่งสินค้า โดยแจ้งว่าสินค้าจะมาถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 โดยที่มิจฉาชีพรายดังกล่าว ยังได้โพสต์เอกสารซึ่งมีตราสัญลักษณ์ของไปรษณีย์ไทย ถึงโครงการสะสมแต้มเพื่อแลกซื้อสินค้า พร้อมกับโพสต์ภาพบัตรประจำตัวและบัตรประชาชนของพนักงานรายหนึ่ง เพื่อยืนยันความมั่นใจ

เมื่อถึงวันนัดปรากฏว่า สินค้ายังมาไม่ถึง ตนจึงทักทวงถามไป มิจฉาชีพก็ได้โพสต์ภาพกำลังนำสินค้าขึ้นรถ ณ.สำนักงานไปรษณีย์แห่งหนึ่ง พร้อมทั้งแจ้งว่า การส่งสินค้าอาจจะล่าช้าเพราะสถานการณ์โควิด แต่วันต่อมาสินค้าก็ยังมาไม่ถึง ตนจึงทักไปถามอีก มิจฉาชีพรายดังกล่าว ก็ได้บอกตนว่า ตนถูกหลอกแล้ว ทำให้ตนและสามีเสียใจเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งได้อ้อนวอนขอเงินคืน แต่มิจฉาชีพรายดังกล่าวก็ไม่ยอมคืน พร้อมทั้งอ้างว่าได้โอนคืนมาแล้ว แต่ตนตรวจแล้วก็ไม่พบการโอนแต่อย่างใด จึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองเพชรบูรณ์ พร้อมทั้งแจ้งให้มิจฉาชีพรายดังกล่าวรู้ด้วย แต่มิจฉาชีพก็ยังท้าทาย รวมทั้งยังอ้างด้วยว่าเป็นเพื่อนกับทนายตั้ม ส่วนน้องสาวก็เป็นเพื่อนกับ ผกก.โจ้

ตนไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเงินที่เก็บมาเกือบทั้งชีวิตก็ได้โอนไปหมดแล้ว เพียงหวังเพื่อที่จะได้เครื่องตู้เย็นเครื่องใหม่ หวังว่าจะซื้อโน้ตบุ๊กให้หลาน ก็มาถูกหลอกไปจนหมด จึงอยากจะวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งรัดติดตามมิจฉาชีพรายนี้ มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว

ขอบคุณแหล่งที่มาจาก…..https://www.sanook.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *