“สุชาติ สวัสดิ์ศรี” โพสต์จดหมายแจ้งถูกถอดออกจาก “ศิลปินแห่งชาติ” อย่างเป็นทางการ

“สุชาติ สวัสดิ์ศรี” โพสต์จดหมายแจ้งถูกถอดออกจาก “ศิลปินแห่งชาติ” อย่างเป็นทางการ

หลังมีข่าวหนาหูว่า กระทรวงวัฒนธรรมปลด สุชาติ สวัสดิ์ศรี ออกจากศิลปินแห่งชาติ ล่าสุด นายสุชาติโพสต์เฟซบุ๊กภาพจดหมายปลดอย่างเป็นทางการ ซึ่งส่งไปทางตู้ ปณ. ทำให้เขาเพิ่งได้อ่าน พร้อมโพสต์ตอบโต้ว่า ที่ผ่านมาที่เงียบเพราะต้องการความชัดเจนก่อนดำเนินการต่อ

5 ก.ย.2564 จดหมายจากลงวันที่ 30 ส.ค.2564 จากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ลงนามโดย นางสาวอัจฉราพร พงษ์ฉวี รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ความว่า

“ด้วยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้แจ้งมติคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ในคราวประชุมครั้งที่ 3/2564 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม 2564 ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาในการประชุมลับกรณีการแสดงพฤติการณ์อันไม่เหมาะสมของนายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปีพุทธศักราช 2554 ซึ่งได้กระทำการโพสต์ข้อความที่เป็นประเด็นขัดแย้งในสังคมลงในสื่อเฟซบุ๊กอยู่เป็นประจำ โดยมีถ้อยคำหรือภาพที่หมิ่นเหม่ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ โดยมติด้วยคะแนนเสียงมากกว่าสองในสามของจำนวนคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติที่เข้าร่วมประชุม ให้ยกเลิกการยกย่องเชิดชูเกียรติ นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ เนื่องจากนายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ได้ทำการโพสต์ข้อความที่เป็นประเด็นความขัดแย้งในสังคมลงในเฟซบุ๊กอยู่เป็นประจำ โดยมีถ้อยคำหรือภาพที่หมิ่นเหม่ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นสถาบันหลักที่คนไทยทั้งชาติให้ความเคารพเทิดทูน โดยไม่สมควรและไม่เหมาะสม ซึ่งตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้บัญญัติไว้ในมาตรา 6 องค์พระมหากษัตริย์เป็นที่เคารพผู้ใดจะละเมิดมิได้ เรื่องนี้ถือเป็นวัฒนธรรมในสังคมไทยที่สำคัญ ซึ่งศิลปินแห่งชาติจะต้องเคารพในหลักวัฒนธรรมไทย และศิลปินแห่งชาติจะต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม ประพฤติปฏิบัติโดยแสดงออกทางกาย วาจา และจิตใจ ที่ไม่ส่งผลให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายและมีความประพฤติที่เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม ดังนั้น คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ จึงเห็นว่า การกระทำดังกล่าวของนายสุชาติ สวัสดิ์ศรี เป็นพฤติกรรมที่มีความประพฤติเสื่อมเสียต่อการเป็นศิลปินแห่งชาติ ตามข้อ 10 วรรคสอง ของกฎกระทรวงกำหนดสาขา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการเลือก และประโยชน์ตอบแทนศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.2555 และแก้ไขเพิ่มเติมในกฎกระทรวงกำหนดสาขา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก และประโยชน์ตอบแทนของศิลปินแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2563 ข้อ 2

กรมส่งเสริมวัฒนธรรมพิจารณาแล้ว ขอแจ้งการยกเลิกการยกย่องเชิดชูเกียรติการเป็นศิลปินแห่งชาติของนายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปีพ.ศ.2554 และงดการจ่ายประโยชน์ตอบแทนตามกฎกระทรวงกำหนดสาขา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก และประโยชน์ตอบแทนของศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.2555 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี หากท่านไม่เห็นด้วยกับมติที่ประชุมดังกล่าว สามารถทำหนังสือชี้แจงต่อคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งฉบับนี้ (โดยถือเอาวันที่ไปรษณีย์ต้นทางประทับตรารับที่ซอง) ยื่น ณ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ สำนักปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เลขที่ 10 ถนนเทียนร่วมมิตร เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310 (วงเล็บมุมซองว่า “ขอชี้แจงต่อคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ”) จึงเรียนมาเพื่อโปรทราบและหากท่านประสงค์จะชี้แจงขอให้ดำเนินการภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวด้วย”

ต่อจากนั้นสุชาติได้โพสต์ว่า “ผมไม่ได้เป็น “ไทยเฉย” หรือ “จ่าเฉย” เรื่องก็เพียงให้ชัดในหลักกฎหมายก่อน ว่าจะ “ชี้แจง” ไปที่กระทรวงวัฒนธรรม หรือจะตรงไปศาลปกครองเลย”

“ผมเงียบก็เพราะอยากให้เวลา “ศิลปินแห่งชาติ” คนอื่นๆ ที่มีมากกว่า 200 ได้เปิดเผยธาตุแท้ของตนเอง และที่เงียบมา 10 วัน ก็เพื่อหาข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้นในกระทรวงวัฒนธรรม กก.วัฒนธรรม ที่เรียกว่า “ผู้ทรงคุณวุฒิ” มีแห่งหนมาจากไหน ทำไมจู่ๆ จึงมาสอดไส้เปลี่ยนกฎกระทรวง และที่สำคัญคืออยากรอเห็นลายเซ็นของหนังสือถอดถอนว่าจะเป็นผู้ใด เช่น ประธาน กก.วัฒนธรรม รัฐมนตรี ก.วัฒนธรรม ปลัด ก.วัฒนธรรม หรือเจ้าของสอดไส้ที่เป็น “ส.ว.ลากตั้ง” ( พลอากาศเอก ) คนนั้น แต่แล้วในที่สุด ผู้รับเคราะห์กลับเป็นลายเซ็นของข้าราชการระดับ “รองอธิบดี” และที่มีสื่อเสี้ยมบางแห่งเอาไปเป็นข่าวว่า “เป็นมติเอกฉันท์” ของ กก.วัฒนธรรม ก็ไม่เป็นความจริง แต่ “สื่อมวลสัตว์” ( คำของ “ส.ศิวรักษ์” ) แห่งนั้นกลับนำไปประจานให้เสียหายก่อนมีหนังสือถอดถอนมาปรากฏว่า “สุชาติหน้าจ๋อย” ( มึงนั่นแหละจะ “หน้าจ๋อย” จนเหลือไม่ถึงสามนิ้ว ถ้ากูจะไล่ฟ้อง ! )”

ก่อนหน้านั้นสุชาติโพสต์วิจารณ์บทบาทกระทรวงวัฒนธรรมว่า กระทรวงวัฒนธรรมนั้นเสียหายมาตั้งแต่ละเว้นไม่ปฎิบัติหน้าที่เรื่อง “หมุดหาย” “สนามหลวง” และ การเคลื่อนย้ายอนุสาวรีย์ “ปราบกบฎ” แล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มาจาก…………https://www.sanook.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *