เขาเป็น นักเลง ไม่มีใ ครทำอะ ไรเขาได้ !!  ยายวัย 85 ทุกข์หนัก หนุ่มเพื่อนบ้า นบีบแตรก่อกวนทุกวัน นาน 2 ปี ล่าสุดตามด่าถึงหน้าบ้าน

เขาเป็น นักเลง ไม่มีใ ครทำอะ ไรเขาได้ !! ยายวัย 85 ทุกข์หนัก หนุ่มเพื่อนบ้า นบีบแตรก่อกวนทุกวัน นาน 2 ปี ล่าสุดตามด่าถึงหน้าบ้าน

วันที่ 7 พ.ย.64 ผู้สื่อข่าวได้รับร้องเรียนจาก นางกนกพร มีแก้ว อายุ 50 ปี ว่าได้รับความเดือดร้อนรำคาญจากเพื่อนบ้าน มาเป็นเวลาเกือบ 2 ปี โดยเพื่อนบ้าน ทราบชื่อคือ นายเก๋ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ชอบขี่รถจักรยานยนต์ ผ่านหน้าบ้านของผู้เสียหาย จะต้องมีการบีบแตรทุกครั้งอย่างเสียงดัง ไม่ว่าจะผ่านหน้าบ้านทั้งตอนกลางวันและตอนกลางคืน ส่งผลต่อสุขภาพของ นางสว่าง ต่อเนื่อง อายุ 85 ปี มารดาที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันสูง ซึ่งเคยมีการพูดคุยกันแล้วแต่ไม่เป็นผล

ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พ.ย. 64 เวลาประมาณ 13.00 น. นางสว่าง วัย 85 ปี ผู้เสียหาย ได้เดินไปซื้อของที่ร้านค้าของ นางเลี่ยม (สงวนนามสกุล) อายุ 73 ปี มารดาของนายเก๋ คู่กรณี ซึ่งไม่ห่างจากบ้านของตนเอง นายเก๋ได้มีการต่อว่านางสว่าง ซ้ำยังตามมาตะโกนด่าเสียงดังถึงหน้าบ้าน ด่าทอว่าว่าเกลียดชัง จนนางกนกพร ผู้เป็นลูกสาวทนไม่ไหว ไปแจ้งความที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ไว้เป็นหลักฐาน เมื่อวันที่ 6 พ.ย.64

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเกิดเหตุ ภายในซอยวัดชมภูเวก ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อพูดคุยกับ นางกนกพร และนางสว่าง สองแม่ลูกผู้เสียหาย พบว่าบ้านของผู้เสียหาย เป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว โดยหน้าบ้านมีถนนเป็นซอยแคบ กว้างประมาณ 1.20 เมตร รถ จักรยานยนต์ผ่านได้ ภายในซอยมีบ้านเรือนประชาชนตั้งอยู่อีกประมาณ 5 หลัง โดยบ้านของนายเก๋ คู่กรณี ตั้งอยู่ท้ายซอย ซึ่งเวลาจะออกจากบ้านต้องขี่รถจักรยานยนต์ผ่านหน้าบ้านของผู้เสียหาย ซึ่งห้องนอนของผู้เสียหายอยู่ติดกับทางรถผ่าน

จากการนางสว่าง อายุ 85 ปี มารดาของผู้เสียหาย เล่าทั้งน้ำตาว่า ล่าสุดเมื่อวานที่ตนเดินไปร้านแม่เขา ไปซื้อของ กลับถูกต่อว่า ตะโกนด่าทอเสียงดัง ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้ รู้สึกตกใจมากหัวใจเต้นแรง เสียใจไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้เขา ก่อนหน้านี้ก็มีเรื่องการขี่รถจักรยานยนต์ผ่านบีบแตรเสียงดังตลอดนานเป็นปีๆ ทุกครั้งที่ขับผ่านบีบแตรตนก็จะตกใจ ใจหาย ปวดหัว สะดุ้งทุกครั้ง ตนมาอยู่ตรงนี้แล้ว จะให้ทำอะไรได้ ลูกชายตนก็กลัวเขา เพราะเขาเป็นนักเลง ไม่มีใครทำอะไรเขาได้ ตนอยากขอร้องให้เขาทำนิสัยใหม่ ให้ตำรวจตักเตือน อย่ามาทำความประพฤติแบบนี้เลย ตนก็อยากถามเขานะว่าตนไปทำอะไรให้ โกรธตนเรื่องอะไร

นางกนกพร มีแก้ว อายุ 50 ปี ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนมาซื้อบ้านหลังนี้หลังจากน้ำท่วมปี 54 พาลูกสาวและแม่มาอยู่ด้วย เมื่อวานนี้คือหนักสุด ทนไม่ไหวเข้าแจ้งความที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ เพราะสาเหตุที่เขาตะโกนด่าว่าแม่เรา ตอนที่เกิดเหตุตนก็ไม่ทราบว่าเรื่องอะไร พอดูกล้องวงจรปิดถึงทราบเรื่อง แม่ตนเดินไปซื้อกาแฟที่ร้านแม่เขา ก็ถูกลูกชายเขาตะโกนด่า แม่ตนต้องเจอเรื่องการขี่รถจักรยานยนต์ผ่านบีบแตรใส่ทุกวันมาเป็นเวลา 2-3 ปี ตนก็อดทน ไม่อยากมีเรื่อง เมื่อก่อนขับเข้าออกวันละ 10 กว่าครั้ง บีบทุกครั้ง จนตนต้องไปคุยกับแม่เขาให้ช่วยคุยให้ ก็ลดลงมาเหลือ 2-3 ครั้งต่อวัน เพราะพูดกับเขาไม่ได้ จะโวยวายใส่เสมอ ตนต้องอดทนเพราะไม่อยากมีเรื่องกับเขา ตนพูดจาด้วยคำสุภาพตลอด แต่เขาทำพฤติกรรมแบบนี้มาตลอดจนทนไม่ไหว

เวลาเช้ามืดขับผ่านก็บีบแตร ตนนอนอยู่ที่ห้องก็สะดุ้งตื่น คิดดูว่าแม่อายุ 85 ปี คนแก่ขนาดนี้จะเป็นอย่างไร ตนไม่ทราบว่าสาเหตุเกิดมาจากเรื่องอะไร ก็อยากทราบเหมือนกัน เพราะก่อนหน้าที่เราจะมาอยู่ คู่กรณีเขาเช่าบริเวณหน้าบ้านนี้ไว้ขายของ แต่หลังจากตนมาซื้อบ้าน ก็ไม่ได้ใก้เขาเช่าต่อ ก็ไม่รู้ว่าไม่พอใจเรื่องนี้หรือไม่

นาง กนกพร กล่าวต่อว่า ครั้งนี้ตนทนไม่ไหวแล้ว ความอดทนคนมีจำกัดถึงได้ไปแจ้งความ ปกติแม่อยู่บ้านคนเดียว ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง ถ้าต้องเจอแบบนี้แล้วหัวใจวายไป ซึ่งปกติทุกวันแม่จะออกมานั่งเล่นหน้าบ้านตามประสาคนแก่ เดินออกกำลังกายบ้าง ส่วนเขาก็ขี่รถเข้า-ออกและบีบแตรแบบนี้ เป็นห่วงแม่มาก เพราะแม่ไม่สบายหลายโรค ถ้าตำรวจเรียกไปคุย ตนก็จะคุย อยากรู้ว่าทำไปเพื่ออะไร ถ้าคุยแล้วให้จบอย่ามาทำแบบนี้อีก

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินเข้าไปที่บ้านคู่กรณีซึ่งห่างไปประมาณ 2-3 หลัง พบ นายเก๋ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี และนางเลี่ยม (สงวนนามสกุล) อายุ 73 ปี มารดาจึงได้ สอบถามถึงกรณีดังกล่าว ทราบว่า เหตุที่เกิดเมื่อวานเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะอะไรกัน ส่วนเรื่องบีบแตรตนก็บีบแค่ 2 ครั้งตอนเข้า-ออก เพราะว่าจะมีรถผ่านตรงจุดนี้ ต่อจากนี้ไปก็จะไม่บีบแล้วเพราะแม่ตนมาขอร้องว่าไม่ให้บีบ ต่างคนต่างอยู่ไปให้เรื่องมันจบ รับปากว่าจะไม่บีบอีก

ด้านนางเลี่ยม กล่าวว่า เรื่อเมื่อวานก็ไม่ได้ทะเลาะกัน ยายเขาเดินมาซื้อกาแฟที่ร้าน ลูกตนก็กำลังจะขี่รถออกไปข้างนอก ก็พูดว่าเขามาวุ่นวาย แต่พูดเสียงดัง ตนก็ได้บอกลูกไปแล่วว่าเราเป็นร้านค้าและก็เตือนลูกไปแล้วเรื่องบีบแตรว่าอย่าบีบอีก เบื้องต้นผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.รัตนาธิ้บศร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเรียกทั้งสองฝ่ายเข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ย ทำข้อตกลงอีกครั้ง

ขอบคุณ…https://www.sanook.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *