ไม่ไหวจริงๆ รอบนี้ !!!  ครูโขนคนดังหลั่งน้ำตา หลังพายุพัดเศียรครูเสียหาย น้ำท่วมบ้านนานนับเดือนจนขาเน่า

ไม่ไหวจริงๆ รอบนี้ !!! ครูโขนคนดังหลั่งน้ำตา หลังพายุพัดเศียรครูเสียหาย น้ำท่วมบ้านนานนับเดือนจนขาเน่า

ครูโขนคนดังหลั่งน้ำตา หลังพายุพัดเศียรครูเสียหาย น้ำท่วมบ้านนานนับเดือนจนขาเน่า ไม่ขอรับบริจาคแต่อยากให้ซ่อมบ้าน และอนุรักษ์โขนต่อไป

จากกรณีที่ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ จักรพรรณ จันทร์แสง ได้โพสต์ข้อความว่า “หน่วยงานไหนก็ได้มาช่วยอาจารย์ผมที บ้านท่านน้ำท่วมลำบากมาก” โดยมีการแชร์ภาพและข้อความต่อจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ รัตนศิลป์ ครูต่อ เป็นภาพครูต่อเดินลุยน้ำท่วมเข้าบ้านเป็นระยะทางประมาณ 600 เมตร ระดับน้ำสูงประมาณ 60 -100 ซม.โดยไม่สามารถใช้รถยนต์เข้าออกได้ และมีข้อความว่า “บ้านเราอยู่สุดซอย บ้านจมเสียหายหมด หลังคาก็ไปเมื่อคืนหมด ”

(8 พ.ย.64) เมื่อเวลา 18.00 น.ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านครูต่อ ไม่มีเลขที่ หมู่ 7 ซอย ส.ส.สำเร็จ 2 ต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พบว่าเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว หลังคามุงด้วยใบจาก ตั้งอยู่ท้ายซอยแห่งนี้เพียงหลังเดียวถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 50-60 ซม. ข้าวเครื่องใช้ภายในบ้านถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะเศียรครู เศียรฤาษีต่าง ๆ กว่า 50 เศียร รวมทั้งชุดโขน กลองและเครื่องดนตรีไทยได้รับความเสียหายจากลมพายุฝนที่พัดหลังคาจนหลุดกระเด็นออก ทำให้น้ำฝนสาดเข้ามาเสียหายถูกข้าวของอุปกรณ์ต่าง ๆ และจากสภาพน้ำที่ท่วมขังทั้งภายนอกและภายในบ้านถูกน้ำเข้าท่วมทั้งหมด ทำให้ครอบครัวของครูต่อ ซึ่งพักอาศัยกันอยู่ 4 คน ประกอบไปด้วยครูต่อ ลูกสาว หลานชายและหลานสาว ต้องอาศัยหลับนอนบนแคร่ไม้ในบ้าน ส่วนตัวครูต่อเองต้องอาศัยนอนบนเก้าอี้นั่งแบบยาวแทน นอกจากนี้ภายในบ้านหลังนี้ยังไม่มีแม้กระทั่งไฟฟ้าและน้ำประปาใช้อีกด้วย

จากการสอบถาม นายทรงโรจน์ แสงมาลา หรือ ครูต่อ อายุ 57 ปี ครูโขนไทย เปิดเผยว่า ตนได้มาเช่าที่ตรงนี้เป็นที่พักอาศัยในราคาเดือนละ 6,000 บาท มาได้ประมาณ 3 ปีเนื่องจากตนได้เพาะลี้ยงไก่สวยงามขายเป็นอาชีพเสริม หลังว่างจากงานเป็นครูสอนโขนและดนตรีไทย โดยเมื่อคืนวันที่ 7 พ.ย.เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ทำให้เกิดฝนตกหนัก จนทำให้บ้านที่พักอาศัยของตนถูกพายุพัดหลังคาด้านหลังจนพังหลุดลอย ประกอบกับสภาพรอบที่พักถูกน้ำท่วมหลากมานานประมาณเดือนกว่า ทำให้ตนและสมาชิกในครอบครัวต้องเดินเท้าลุยน้ำเข้า-ออก ระยะทางประมาณ 600 เมตร เป็นประจำทุกวันจนขาของตนกลายเป็นแผลเน่าพุพองจากน้ำกัดเท้า

ครูต่อครูโขนไทย กล่าวอีกว่า สภาพบ้านในตอนนี้พังจนแทบอยู่ไม่ได้แล้วต้องออกมาสร้างเต็นท์ชั่วคราวให้สัตว์เลี้ยงอยู่ทั้งหมา ไก่ ห่าน ใช้พักอาศัยหลบน้ำ ทำให้ต่อมาเมื่อลูกศิษย์ของตนรายหนึ่งทราบข่าวเรื่องที่พายุพัดบ้านพัง ทำให้เขาตัดสินใจโพสต์ขอความช่วยเหลือให้กับตนซึ่งเป็นครู ที่สอนโขนเขามา ตอนนี้ตนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว เจอโควิดก็ลำบากมากพอแทบไม่มีโอกาสได้สอนนักเรียน เมื่อไม่ได้สอนนักเรียนตนก็ไม่มีรายได้เพราะตนเป็นครูวิทยากรไม่ได้เป็นครูประจำ พอจะเลี้ยงไก่เป็นรายได้เสริมก็มาเจอกับน้ำท่วมอีก ทำให้ต้องหาเช่าที่พักอาศัยใหม่เพื่อจะได้มีสถานที่สอนดนตรีไทยและโขนให้เด็กๆ เพราะตนสอนให้ฟรีเพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณีไม่ให้สูญหายสภาพ ตอนนี้ไก่ก็ขายไม่ได้ สอนโขนก็ไม่ได้

ครูโขนรายนี้ กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสั่นอีกว่า ตนตั้งใจที่จะอนุรักษ์งานโขนแบบนี้ต่อไปจนกว่าจะทำไม่ไหว ซึ่งตนได้เตรียมถ่ายทอดให้ลูกสาวสืบทอดการแสดงโขนต่อไป ตนจะไม่ทิ้งโขนและเศียรครูบาอาจารย์ต่างๆ ไปไหน เพราะตนอยู่กับเศียรครูท่านมาตลอด มีเงินทองหาเลี้ยงลูกมาจนโตก็เพราะโขน เมื่อเศียรครูมาถูกพายุพัดล้มจนได้รับความเสียหาย ตนก็อยากได้ความช่วยเหลือมาดูแลมาซ่อมแซมบ้านและเศียรครูบางส่วนทีพอจะซ่อมแซมได้เช่นกัน ส่วนเรื่องการขอรับบริจาคตนมักเห็นปัญหาหลังการบริจาคตามมา จึงตัดสินใจไม่ขอรับบริจาค แต่อยากจะขอเปลี่ยนความช่วยเหลือจากหน่วยงานอนุรักษ์ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้เข้ามาสนับสนุนแบบจริงจังและแนะนำเด็กในโรงเรียนให้ยังรู้จักศิลปะการแสดงโขนให้คงอยู่ ไม่ใช่เรียนจบโขนแล้วทุกอย่างก็จบตามไป เพราะเด็กที่มาเรียนกับตนพอจบไปแล้วสามารถเอาไปใช้ไปสอนเด็กคนอื่นต่อได้ ตนจึงอยากให้เด็กรุ่นหลังอนุรักษ์ไว้ พยายามสอนให้เด็กได้รู้ว่าโขนและเศียรครูต่างๆ นั้นเป็นอัตลักษณ์ของไทย

ครูต่อ กล่าวอีกว่า สำหรับความเสียหายของเศียรครูที่โดนน้ำจะซ่อมได้เฉพาะบางส่วนเท่านั้น เพราะเศียรครูที่ตนสร้างตามแบบฉบับเดิมนั้น ทำจากกระดาษเมื่อถูกน้ำก็จะทำให้บิดเบี้ยวเสียรูปทรงไป ต้องทำสร้างขึ้นมาใหม่ ตอนนี้อยากให้หน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือแบบจริงจังเพื่อช่วยกัน อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยไว้

สำหรับนายทรงโรจน์ แสงมาลา หรือครูต่อ ได้รับฉายาว่าครูโขน ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญที่มีส่วนช่วยผลักดันให้โขนไทยได้รับการยกย่องขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก หลังถูกประเทศกัมพูชากล่าวอ้างสิทธิ์ว่าการแสดงศิลปะโขนมีต้นกำเนิดมาจากประเทศกัมพูชาก่อนจะแพร่หลายเข้าไทย จนได้รับฉายาว่า ครูโขน นอกจากนี้ครูต่อ ยังเป็นกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรี ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอบางใหญ่ และเป็นครูโขนวิทยากรให้กับโรงเรียนดังหลายแห่งใน จ.นนทบุรี อีกด้วย

ขอบคุณ…https://www.sanook.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *