ไม่รู้จะไปพึ่งใคร !! น้ำตาแม่หลั่ง หลัง  สรรพสามิตบุกร้านชำ จับลูกชายพิการยัดคุก เหตุขายบุหรี่ไม่มีแสตมป์ภาษี

ไม่รู้จะไปพึ่งใคร !! น้ำตาแม่หลั่ง หลัง สรรพสามิตบุกร้านชำ จับลูกชายพิการยัดคุก เหตุขายบุหรี่ไม่มีแสตมป์ภาษี

จากการณีที่เพจข่าว “ทันข่าวชาวอุดร” ได้โพสต์เรื่องราวของคนพิการถูกเจ้าหน้าที่สรรพสามิตจับ เพราะจำหน่ายบุหรี่ปลอม ยัดห้องขังทันที โดยมีข้อความว่า

“นั่งกินข้าวเย็นอยู่ดีๆก็ได้รับข้อความจากแฟนข่าว ส่งภาพและข้อความเข้ามา แถมลงท้ายด้วยคำที่ต้องลุกออกจากวงข้าว นั่นก็คือคุณประทวนช่วยด้วย กับข้าวเริ่มไม่อร่อยแล้วสิเรา ภาพที่เห็นคือ คนที่นั่งอยู่ในห้องขัง มีไม้เท้าวางอยู่ข้างๆ รอความช่วยเหลือจากญาติ ที่มีเพียงแม่ที่อายุเกือบ 80 ปีที่ รอการกลับมาของลูกที่พิการ และน้องสาวที่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเงิน 50,000 บาท เพื่อมาประกันตัวพี่ชาย ที่ถูกจับกุมในข้อหา พ.ร.บ.ยาสูบ ปี 2509 ไม่ติดอากรแสตมป์ที่ต้องติด

ใครจะรู้เนาะว่าอากรจริงหรือปลอม นี่เป็นการตั้งคำถามของชาวบ้าน??? เมื่อวานนำบุหรี่ไปตรวจสอบ และวันนี้จับส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและยัดห้องขังเลย โถๆ อะไรกันนี่ ไม่ได้ฆ่าคนตายสักหน่อย แถมเป็นคนพิการอัมพฤกษ์ครึ่งซีก อดไม่ได้จริงๆจึงต้องลุกออกจากวงข้าวของครอบครัว เพื่อมาเห็นกับตาที่โรงพักเมืองอุดร

เออจริงด้วย..นี่หละเนาะสังคมที่ไร้ความเมตตา อ้างเพียงว่าผมทำตามหน้าที่ไปว่ากันตามกฎหมาย…และผมก็คงต้องทำตามหน้าที่นักข่าวเหมือนกัน นั่นก็คือหาความยุติธรรมให้กับผู้ต้องหารายนี้เหมือนกัน”

ล่าสุด วันที่ 10 พฤศจิกายน 64 ความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว หลัง นายสุริยา เพ็งพันธ์ อายุ 55 ปี ถูกจับกุม ญาตินำโฉนดที่ดิน ไปจำนองกับนายทุน แล้วนำเงินสดจำนวน 50,000 บาท มาประกันตัวนายสุริยาที่ สภ.เมืองอุดรธานี เมื่อคืนนี้ ช่วงเวลา22.00 น.ก่อนที่จะเดินทางกลับมาที่บ้าน

นางประนอม เพ็งพันธ์ อายุ 80 ปี ได้เปิดใจทั้งน้ำตาว่า ในช่วงเย็นวันที่ 9 พ.ย.64 ได้มีเจ้าหน้าที่สรรพสามิต จ.อุดรธานี จำนวน 4 คน มาแสดงตัว ก่อนทำการจับกุมนายสุริยา ลูกชายของตน โดยที่บ้านเปิดเป็นร้านขายของชำ ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตำบลหนองบัว อ.เมืองอุดรธานี ทางเจ้าหน้าที่ได้บอกกับลูกชายว่า บุหรี่ที่อยู่ในร้านเป็นบุหรี่ปลอมไม่ติดอากรแสตมป์ มีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาสูบ ม.19 ม.24 ม.50 จะต้องโดนปรับ 50 เท่าของอากรแสตมป์ยาสูบ จะนำตัวมาส่งดำเนินคดีที่ สภ.เมืองอุดรธานี

โดยเจ้าหน้าที่มา เข้าไปในร้าน แล้วไปที่ชั้นวางของและลิ้นชัก เข้าไปเอาบุหรี่ที่เก็บไว้ออกมา เหมือนจะรู้ที่เก็บบุหรี่อยู่ที่ไหน เหมือนมีสายแจ้งให้ทราบก่อนหน้าแล้ว โดยบุหรี่ดังกล่าว ทางร้านรับมาจากผู้ขายรายหนึ่ง ขับรถเก๋งมากัน 2 คน อ้างว่าได้บุหรี่มาราคาถูกกว่าท้องตลาดซองละ5บาท จึงได้ซื้อเอาไว้ 3-4 ครั้ง แต่ผู้ขายรายนี้จะจอดรถไว้ห่างจากร้าน แล้วครั้งล่าสุด เพียง 1 วัน ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่มาที่ร้านจับกุม โดยคนขับรถเก๋งที่นำบุหรี่มาขายให้นั้น อ้างว่าบุหรี่ของตนมีไม่เยอะ แต่เขาก็ไม่เคยให้เบอร์ติดต่อ เมื่อสอบถามก็บ่ายเบี่ยง

ในตอนที่เจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุม ตนได้เอาใบอนุญาตให้ดู ว่าร้านชำของตนเสียภาษีถูกต้อง แต่ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าจะต้องเสียค่าปรับ ที่เอาบุหรี่ผิดกฎหมายมาขาย ตนบอกว่าไม่มี เจ้าหน้าที่จึงบอกว่าต้องไปที่โรงพัก ตนก็ทำอะไรไม่ถูก ส่วนลูกชายของตนก็ร่างกายไม่ดี ป่วยพิการอัมพฤกษ์ครึ่งซีกด้านขวา สงสารลูกมาก

โดยทางเจ้าหน้าที่บอกว่า ต้องเสียเงินค่าปรับ 160,000 บาท ตนไม่มีเงิน พอคุยกันแล้วตนก็ยืนยันว่าไม่มีเงิน และลูกชายก็บอกว่าผมจะรับผิดชอบเอง ผมเป็นเจ้าของร้าน แม่ไม่เกี่ยว ตนเสียใจกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ ชาวบ้านจะพึ่งพาใครได้ ให้เสียค่าปรับ 160,000 บาท จะหามาจากไหน แต่ทางลูกชายยืนยันว่าไม่มีเงิน จะยอมติดคุก

หลังจากนั้น น.ส.วิลาวัลย์ เพ็งพันธ์ น้องสาวของนายสุริยา ก็ได้หากู้ยืมเงินมาประกันตัว โดยนำใบโฉนดที่ดินไปกู้ยืมเงินจากนายทุนจำนวน 50,000 บาท มาประกันตัว เพราะสงสารพี่ชาย หลังจากนี้ก็ต้องสู้คดีกันต่อไป

ขอบคุณ…https://www.sanook.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *